Key Takeaways
การเลือกกระเบื้องติดผนัง เพื่อควบคุมความชื้นและลดกลิ่นอับอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการเลือกใช้กระเบื้องที่มีอัตราดูดซึมน้ำต่ำ อย่างกระเบื้องพอร์ซเลน ควบคู่กับเทคโนโลยีเคลือบผิวขั้นสูง รวมถึงการเลือกโทนสีสว่าง ผิวสัมผัสกึ่งด้าน และดีไซน์ที่เปิดรับทางลม เพื่อลดความอับทึบแยกตามฟังก์ชันพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญยังอยู่ที่กระบวนการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน โดยต้องทากันซึมก่อนปู เลือกใช้ยาแนวเกรดพรีเมียมกันเชื้อรา และปูกาวซีเมนต์แบบเต็มแผ่นเพื่อไม่ให้เกิดโพรงอากาศสะสมความชื้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนบ้านให้โปร่งสบายและปลอดภัยต่อสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
บ้านที่น่าอยู่ นอกจากต้องดูสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัย คือการมีอากาศที่บริสุทธิ์และแห้งสบาย ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ากระเบื้องติดผนังคือหนึ่งในตัวแปรที่ส่งผลต่อความชื้นและการระบายอากาศภายในห้อง โดยเฉพาะในสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย การทำความเข้าใจกลไกของวัสดุจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างบ้านที่โปร่งสบายอย่างยั่งยืน
กระเบื้องผนังมีผลอย่างไรกับความชื้น ?
หลายคนมักคิดว่ากระเบื้องมีไว้สำหรับตกแต่งผนังให้สวยงามและช่วยให้ทำความสะอาดง่ายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระเบื้องผนังมีผลต่อความชื้น ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัยหลักดังนี้
การดูดซึมน้ำ
กระเบื้องที่มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ จะช่วยลดการสะสมความชื้นในผนัง ทำให้โครงสร้างบ้านแห้งสนิท ไม่อุ้มน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโครงสร้างเสื่อมสภาพ
พื้นผิว
ผิวที่เรียบและเคลือบพิเศษ ช่วยลดการเกาะตัวของไอน้ำและเชื้อรา ทำให้หยดน้ำไหลผ่านได้ง่าย ไม่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวจนเกิดคราบไคล
โครงสร้างวัสดุ
กระเบื้องคุณภาพมักมีความหนาแน่นสูง ลดการซึมผ่านของความชื้นจากภายนอก ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผนังอิฐและปูนด้านในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกชมกระเบื้องติดผนังจากวัสดุคุณภาพจาก WDC
วิธีเลือกกระเบื้องผนังไม่ให้บ้านอับ นวัตกรรมเพื่อสภาวะความเป็นอยู่แสนสบาย
การออกแบบบ้านยุคใหม่ต้องคำนึงถึงสุขอนามัยเป็นอันดับแรก วิธีเลือกกระเบื้องผนังจึงไม่อาจคำนึงถึงแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้นวัตกรรมด้านวัสดุ เพื่อเข้ามาช่วยจัดการกับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ซึ่งควรมีลักษณะดังต่อไปนี้
กระเบื้องพอร์ซเลนที่มีความพรุนต่ำ (Low Porosity Porcelain)
การเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลนที่มีความหนาแน่นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะของวัสดุเกรดพรีเมียม มีอัตราดูดซึมน้ำต่ำกว่า 0.5% ช่วยลดการสะสมความชื้นใต้ผิววัสดุได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้หมดกังวลเรื่องปัญหาฝ้าขาวหรือคราบเกลือที่จะซึมออกมาตามร่องกระเบื้อง
เทคโนโลยีเคลือบผิวขั้นสูง (Advanced Surface Coating)
นวัตกรรมการเคลือบผิวระดับไมครอนที่ช่วยลดการเกาะตัวของละอองน้ำ ทำให้ผนังแห้งไวและทำความสะอาดง่าย เมื่อน้ำไม่สามารถเกาะตัวเป็นเวลานาน โอกาสที่สปอร์ของเชื้อราจะเจริญเติบโตก็แทบจะเป็นศูนย์
การออกแบบเพื่อการระบายอากาศ (Breathable Design)
การวางแผนโครงสร้างและการออกแบบจัดวางที่สอดรับกับทิศทางลม เพื่อให้กระเบื้องทำหน้าที่ช่วยสะท้อนความร้อนและไม่กักเก็บความชื้นสะสม ส่งผลให้กระเบื้องผนังและระบบระบายอากาศความชื้นในบ้าน ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น
โทนสีและผิวสัมผัสกระเบื้อง ส่งผลอย่างไรต่อความรู้สึกแห้งสบาย ?
นอกจากคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพแล้ว การรับรู้ผ่านสายตาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การเลือกโทนสีและเทกซ์เจอร์ที่เหมาะสมสามารถเปลี่ยนบรรยากาศของห้องอับทึบให้กลายเป็นห้องที่ดูโปร่งโล่งสบาย
โทนสีสว่าง ช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติและแสงไฟภายในห้อง ช่วยลดความรู้สึกอับทึบ ทำให้พื้นที่ดูแห้ง ปลอดโปร่ง และดูกว้างขวางมากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องขนาดเล็กหรือมุมที่แสงแดดส่องเข้าไม่ถึง
ผิวสัมผัสกึ่งด้าน ช่วยลดการเกิดคราบน้ำและรอยหยดน้ำ ทำให้ผนังดูสะอาดสม่ำเสมอ แตกต่างจากผิวเงาที่มักจะเกิดคราบไอน้ำอย่างชัดเจนเมื่อมีความชื้นสูง
ลวดลายธรรมชาติ เช่น ลายหินอ่อน ลายหินธรรมชาติ หรือลายคอนกรีต ช่วยสร้างมิติและเพิ่มความผ่อนคลายให้ผนัง โดยไม่กักเก็บความรู้สึกอึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติและรู้สึกสดชื่นตลอดเวลา

เคล็ดลับการเลือกกระเบื้อง สำหรับพื้นที่เสี่ยงความชื้นสูง
แต่ละพื้นที่ในบ้านต้องเผชิญกับระดับความชื้นที่แตกต่างกัน การเลือกกระเบื้องให้ตอบโจทย์เฉพาะจุดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ 3 จุดสำคัญต่อไปนี้
ห้องน้ำ พื้นที่ที่ต้องเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา ควรใช้กระเบื้องที่ดูดซึมน้ำต่ำมาก มีคุณสมบัติต้านเชื้อราและทำความสะอาดง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ห้องน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
ห้องครัว พื้นที่ประกอบอาหารที่ต้องทนทั้งไอน้ำ ความร้อน และคราบไขมัน ควรเลือกพื้นผิวที่ไม่สะสมคราบและเช็ดล้างได้ง่าย เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการปรุงอาหาร
ผนังภายนอก ต้องรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งแสงแดดจัด ฝนตกชุก และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรใช้วัสดุที่มีความทนทานสูง ไม่ดูดซึมน้ำ และทนต่อรังสี UV เพื่อไม่ให้สีซีดจางหรือหลุดล่อนง่าย
การปกป้องสุขภาพผู้อยู่อาศัยด้วยวัสดุกระเบื้องคุณภาพ
การเลือกกระเบื้องที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยมีสิ่งที่ต้องพิจารณา ดังนี้
การขจัดกลิ่นอับชื้น (Odour Neutralization)
เมื่อความชื้นสะสมลดลงและเชื้อราไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จึงเป็นการแก้ไขปัญหากลิ่นอับในบ้านจากต้นเหตุ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและปลอดภัยสำหรับสุขภาพของทุกคนในครอบครัว
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Responsibility)
การเลือกใช้วัสดุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล จะไม่มีการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds: VOCs) ออกสู่อากาศ ช่วยให้อากาศภายในบ้านบริสุทธิ์และปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจอย่างแท้จริง
เลือกชมกระเบื้องติดผนังจาก WDC ผลิตจากวัสดุคุณภาพ ดีไซน์สวย เป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัย
กระบวนการติดตั้งที่มีผลต่อความชื้น รายละเอียดที่มืออาชีพไม่มองข้าม
แม้เราจะเลือกกระเบื้องที่มีคุณภาพดีที่สุด แต่หากติดตั้งไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้มีปัญหาความชื้นตามมาภายหลังได้ ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้
ทากันซึมก่อนปูกระเบื้อง
การทาผลิตภัณฑ์กันซึมที่มีคุณภาพบนพื้นผิวผนังก่อนเริ่มทำการปูกระเบื้อง จะช่วยป้องกันความชื้นจากโครงสร้างปูนด้านในไม่ให้ซึมผ่านมาถึงผิวหน้ากระเบื้อง และป้องกันน้ำจากภายนอกซึมเข้าไปในโครงสร้าง
วัสดุยาแนวเกรดพรีเมียม
การเลือกยาแนวที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อรา และกันน้ำซึมตามร่องกระเบื้อง ช่วยปิดจุดอ่อนที่มักเป็นทางเข้าของความชื้น
ติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ
ในการปูพื้นกระเบื้อง ควรควบคุมให้ช่างปูแบบเต็มแผ่น เพื่อไม่ให้เกิดโพรงอากาศหลังกระเบื้อง เพราะโพรงอากาศเหล่านี้ คือจุดอับที่ความชื้นและแมลงมักเข้าไปสะสม จนทำให้กระเบื้องหลุดล่อนหรือระเบิดออกมาในอนาคต
หากต้องการลดปัญหาความชื้นและกลิ่นอับภายในบ้าน การเลือกกระเบื้องติดผนังที่มีคุณภาพ รวมถึงกระบวนการติดตั้งที่เหมาะสม โดยผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี ยังมอบความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยอีกด้วย
ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัยที่เหนือระดับและค้นหาโซลูชันที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ เลือกชมคอลเลกชันนวัตกรรมกระเบื้องติดผนังที่ตอบโจทย์ทุกดีไซน์และฟังก์ชัน พร้อมรับบริการช่างปูกระเบื้องที่มีฝีมือตามมาตรฐานสากล เข้าใจลึกซึ้งถึงระบบกระเบื้องผนังกับการระบายอากาศและความชื้นในบ้าน สัมผัสนวัตกรรมจริงได้ที่โชว์รูม WDC ทั้ง 9 สาขา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าและบริการติดตั้งได้ที่
- โทรศัพท์: 02-679-8885-7, 02-679-8778
- อีเมล: info@wdc.co.th
ข้อมูลอ้างอิง
- Moisture Prevention and the Effect on Tile Installations. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จาก https://piprolink.com/moisture-prevention-and-the-effect-on-tile-installations/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกกระเบื้องติดผนัง (FAQs)
กระเบื้องพอร์ซเลนกับกระเบื้องเซรามิกทั่วไป แบบไหนช่วยลดความชื้นได้ดีกว่ากัน ?
กระเบื้องพอร์ซเลนช่วยลดความชื้นได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผ่านกระบวนการเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า ทำให้เนื้อกระเบื้องมีความหนาแน่นสูงและมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำกว่า 0.5% ในขณะที่กระเบื้องเซรามิกทั่วไปจะมีรูพรุนมากกว่า ทำให้อุ้มน้ำและสะสมความชื้นได้ง่ายกว่าหากใช้ในพื้นที่เปียก
หากผนังบ้านปูกระเบื้องไปแล้วและเกิดปัญหากลิ่นอับชื้น สามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง ?
ในเบื้องต้นควรตรวจสอบว่ากลิ่นอับมาจากร่องยาแนวหรือไม่ หากยาแนวเดิมเสื่อมสภาพหรือเกิดเชื้อรา แนะนำให้ขูดร่องยาแนวเก่าออกแล้วเปลี่ยนมาใช้ยาแนวเกรดพรีเมียมที่มีสารยับยั้งเชื้อรา แต่หากปัญหาเกิดจากการปูโพรงหรือไม่มีระบบกันซึมที่ดี อาจจำเป็นต้องรื้อเพื่อทำระบบกันซึมใหม่และปูแบบเต็มแผ่นโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
การติดตั้งกระเบื้องติดผนัง มีผลต่อปัญหาความชื้นมากแค่ไหน ?
มีผลมาก แม้กระเบื้องจะมีคุณภาพดีเพียงใด แต่หากขาดชั้นกันซึมที่เหมาะสม หรือปูแบบไม่เต็มแผ่นจนเกิดโพรงอากาศ ความชื้นก็ยังสามารถแทรกซึมและสะสมได้อยู่ดี